วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2557

วิธีเอารูปจากไอโฟนลงคอม, เอารูปจากคอมลงไอโฟนและวิธีลบรูปภาพ

สำหรับคนที่รักการถ่ายภาพและนิยมใช้ไอโฟนในการถ่ายภาพ บางครั้งเมื่อเนื้อที่หน่วยความจำเหลือน้อยหรือต้องการจะเก็บรูปภาพที่ถ่ายไว้ลงในคอม วันนี้เรามีวิธีเอารูปจากไอโฟนลงคอมมาฝากกัน แต่ไม่เพียงแค่เอาวิธีเอารูปจากไอโฟนลงคอมมาฝากเท่านั้น ยังมีวิธีเอารูปจากคอมลงไอโฟนและวิธีลบรูปทั้งหมดมาฝากกันอีกด้วย
ก่อนที่คุณจะสามารถเอารูปจากคอมลงไอโฟน ไม่ว่าจะโดยผ่านแอพพลิเคชั่น iPhoto, Aperture หรือผ่านคอมโดยตรงได้นั้นคุณจะต้องมีสิ่งต่อไปนี้ก่อน
• สำหรับ Macbook และแอพฯ iPhoto 4.0.3 (หรือ version ที่ใหม่กว่านี้) /แอพฯ Aperture โดยคุณสามารถเพิ่มอัลบั้มในแอพฯ iPhoto และแอพฯ Aperture ได้เลย
แอพพลิเคชั่น iPhoto version 6.0.6 (หรือ version ที่ใหม่กว่านี้) สามารถ sync videos ไปยังอุปกรณ์มือถือของคุณโดยตรง (ต้องใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 3.0 ขึ้นไป)
แอพพลิเคชั่น iPhoto ’09 หรือ version ก่อนหน้านี้สามารถใส่ Faces, Places, and Events ของคุณไปยังอุปกรณ์ iOS ได้เลย
• สำหรับ Windows PC และ Adobe Photoshop Album 2.0 (หรือ version ที่ใหม่กว่านี้), Adobe Photoshop Elements 3.0 (หรือ version ที่ใหม่กว่านี้) ก็สามารถเลือก sync รูปภาพได้ทันที
เมื่อเรามีโปรแกรมและอุปกรณ์ต่างๆตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ทีนี้เราก็มาเริ่มกันเลยดีกว่า
วิธีเอารูปจากคอมลงไอโฟน
วิธีเอารูปจากคอมลงไอโฟนโดยผ่าน itunes
1. ลากรูปภาพที่ต้องการใส่ไว้ในโฟลเดอร์ ถ้าต้องการแยกรูปภาพเป็นหลายๆอัลบั้มให้สร้างโฟลเดอร์ย่อยขึ้นในโฟลเดอร์หลักแล้วแยกรูปภาพใส่ไว้
2. เลือก icon ของอุปกรณ์ใน Devices list ทางซ้ายมือ
3. เลือก “Sync photos from.”
4. เลือกโฟลเดอร์ที่ต้องการจาก pop-up menu แล้วเลือก main image folder
5. คลิ๊ก > Apply
วิธีเอารูปจากคอมลงไอโฟนโดยผ่านแอพพลิเคชั่น
1. เช็คว่าคุณติดตั้ง iTunes version ล่าสุดรึยัง
2. เลือก icon อุปกรณ์ของคุณจากรายการอุปกรณ์ทางด้านซ้ายใน iTunes
3. คลิกที่ Photos tab.
4. เลือกคำว่า “Sync photos from.”
• ใน Mac ให้เลือกแอพฯ iPhoto หรือแอพฯ Aperture จาก pop-up menu
• ใน Windows PC เลือก Photoshop Album และ Photoshop Elements จาก pop-up menu
Note: Photoshop Album และ Photoshop Elements บางเวอร์ชั่นไม่รองรับแต่คุณยังสามารถใช้มันsyncรูปภาพทั้งหมดของคุณได้
5. ถ้าต้องการ sync รูปทั้งหมดให้เลือกที่ the option for “All photos, albums, events, and faces”
แต่ถ้าต้องการเลือกแค่เฉพาะบาง albums, events, faces ก็เลือกที่คำว่า “Selected albums, events, and faces” และเลือกอัลบั้มที่ต้องการ
ถ้า sync จาก Macbook ด้วย iPhoto version 6.0.6 นั้นให้เลือกที่ “option Include videos” เพื่อ sync videos จากโปรแกรม iPhoto ไปยังอุปกรณ์ของคุณ (ต้องใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 3.0 ขึ้นไป)
6. คลิ๊กคำว่า > Apply
วิธีลบรูปภาพและวีดีโอบนคอมที่ถูก sync ไปยังอุปกรณ์แล้ว
1. เลือก icon อุปกรณ์จากรายการอุปกรณ์ทางซ้ายมือแล้วเลือก Photos tab ในหน้าต่างใหม่ที่ถูกเปิดขึ้นมา
2. เลือก “Sync photos from.”
• ถ้าใช้ Macbook ให้เลือก iPhoto หรือ Aperture จาก pop-up menu
• ถ้าใช้ Windows PC ให้เลือก Photoshop Album หรือ Photoshop Elements จาก pop-up menu
3. เลือก “Selected albums” และเลือก deselect the albums หรือ collections ที่ต้องการลบ
4. คลิกคำว่า > Apply.
วิธีลบรูปภาพและวีดีโอบนไอโฟน
มี 2 วิธีในการลบรูปจาก the Camera Roll:
• ส่ง Camera Roll ไปยังคอมพิวเตอร์และเลือก delete items หลังจากนำเข้ามาในคอมพิวเตอร์แล้ว
• กดลบรูปภาพและวีดีโอจากอุปกรณ์ของคุณ แล้วเปิดแอปพลิเคชั่น Photos และเปิด Camera Roll แตะที่ปุ่ม Action button แล้วเลือกรูปที่จะลบหลังจากนั้นกดปุ่ม Delete
Note: ให้นำรูปและวีดีโอที่ต้องการเก็บไว้ลงในคอมพิวเตอร์ก่อนที่จะลบออกจาก Camera Roll
วิธีเอารูปจากไอโฟนลงคอม
รูปภาพและวีดีโอของคุณที่ถ่ายจาก iPhone จะถูกเซฟไว้ที่ Camera Roll (สำหรับ iPod touch และ iPad รูปภาพจะถูกเซฟไว้ที่ ‘รูปภาพที่ถูกบันทึก’) รูปภาพในอัลบั้ม Camera Roll หรืออัลบั้มรูปภาพที่ถูกบันทึกของอุปกรณ์ของคุณ สามารถส่งไปเก็บไว้ที่คอมพิวเตอร์ได้ โดยที่คุณสามารถ sync กลับมายังอุปกรณ์ของคุณได้ในภายหลัง ถ้าคุณใช้ iPod nano (5th generation) ให้นำเข้าวีดีโอที่ถูกบันทึกโดยใช้แอพพลิเคชั่น this article ทั้งสำหรับ Windows และสำหรับ Mac
เปิดแอพพลิเคชั่นรูปภาพบนอุปกรณ์เพื่อดูรูปภาพที่ถูก sync ไปแล้วและคุณสามารถดูรูปภาพแบบมุมมองทีละรูปหรือจะเป็นแบบ slideshow ก็ได้ ถ้าใช้ iPhoto ’09 หรือเวอร์ชั่นที่ใหม่กว่านั้นก็สามารถดูรูปภาพที่ถูกจัดเรียงตาม Faces, Places, หรือ Events ได้เลย
ที่มา : http://support.apple.com/kb/ht4236

วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2557

โปรแกรมตัดเพลงฟรี 25 โปรแกรมที่คุณควรรู้จัก



โปรแกรมตัดเพลงเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการแก้ไขตัดต่อเพลง ซึ่งเป็นโปรแกรมประเภทเดียวกับผู้ทำงานด้านมัลติมิเดียมืออาชีพใช้ในการแก้ไขเพลง, ตัดต่อเพลง ,ทำการรวมแทรกเสียงหลายแทรกเข้าด้วยกัน, การเพิ่มเอฟเฟคแบบง่ายๆ เข้าไปในเพลง และการแปลงไฟล์เพลงในรูปแบบต่างๆกัน มีหลายวิธีที่จะทำการตัดเพลงและถือว่าโชคดีมากที่มีโปรแกรมตัดเพลงดีๆ และฟรีมีให้ใช้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นถ้าคุณคิดจะซื้อโปรแกรม Adobe Audition, Cool Edit หรือ Soundforge ช่วยกรุณาหยุดความคิดดังกล่าวไว้ชั่วขณะ แล้วมาอ่านบทความนี้ก่อน ผมไม่ได้บอกว่าโปรแกรมตัดเพลงที่ขายกันนั้นเป็นโปรแกรมที่ไม่ดี แต่มันคงจะดีกว่าถ้าเราจะพิจารณาถึงโปรแกรมตัดเพลงฟรีที่มีการแจกจ่ายกันในโลกอินเตอร์เน็ตก่อนที่คุณจะเสียเงินซื้อโปรแกรมประเภทนี้ รายชื่อต่อไปนี้เป็นโปรแกรมตัดเพลงฟรี 25 โปรแกรมที่เราได้ทำการเลือกสรรมาให้คุณได้รู้จัก

1. โปรแกรมตัดเพลง Audacity

Audacity เป็นโปรแกรมตัดเพลงฟรี และเป็นโปรแกรมประเภท Open source ด้วย โปรแกรมตัดเพลงนี้จะยอมให้คุณทำการบันทึกเสียงสด, แปลงไฟล์จากเทปบันทึกเสียงและอัดเสียงในรูปแบบดิจิตอลหรือ CDs, แก้ไขไฟล์เสียงนามสกุล Ogg Vorbis, MP3, WAV หรือ AIFF คุณยังสามารถที่จะทำการตัด, คัดลอก, แบ่ง หรือ ทำการรวมเสียงต่างๆ เข้าด้วยกันด้วยโปรแกรมตัดเพลง Audacity โดยโปรแกรมตัดเพลง Audacity มีเอฟเฟคในการ ตัดเสียงรบกวนต่างๆ ได้อีกด้วย
Audacity

2. โปรแกรมตัดเพลง Power Sound Editor

โปรแกรมตัดเพลง Power Sound Editor เป็นโปรแกรมตัดเพลงฟรีที่มีความสามารถในการแก้ไขและบันทึกเสียงเพลง ซึ่งโปรแกรมตัดเพลง Power Sound Editor มีระบบในการจัดการเสียงที่ทันสมัยและดีเป็นอย่างมาก
คุณสามารถใช้โปรแกรมตัดเพลง Power Sound Editor ในการบันทึกเพลง, คำพูด หรือไฟล์เสียงอื่นๆ ของคุณ เอง และทำการแก้ไข โดยสามารถเติมเอฟเฟคต่างๆเข้าไปได้ด้วยไม่ว่าจะเป็น Reverb, Chorus และ Echo โดยโปรแกรมตัดเพลง Power Sound Editor นั้นยังสามารถทำการเขียนแผ่น CD รวมถึงการโพสหรืออีเมล์เพลงเหล่านั้นได้อีกด้วย
Power Sound Editor

3. โปรแกรมตัดเพลง MP3DirectCut

โปรแกรมตัดเพลง MP3DirectCut เป็นโปรแกรมตัดเพลงที่มีจุดเด่นในด้านความเร็วในการทำงานในการตัดเพลง,บันทึกเสียงและทำการบีบอัดเป็นไฟล์ mp3 คุณสามารถตัด,คัดลอก หรือ เปลี่ยนระดับความดังของเสียงโดยไม่มีความจำเป็นที่ต้องคายการบีบอัดของไฟล์เสียง ด้วยฟังก์ชั่น Cue Sheets, ตัวตรวจช่วงจังหวะหยุดของเสียง, Auto cue ทำให้คุณสามารถตัดแบ่งไฟล์เสียงที่มีความยาวมากๆ ได้อย่างง่ายดาย
MP3DirectCut

4. โปรแกรม Music Editor Free

โปรแกรม Music Editor Free เป็นโปรแกรมตัดเสียงที่ได้รับรางวัลมาอย่างมากมาย คุณสามารถใช้บันทึกและแก้ไขไฟล์เสียงหรือไฟล์ดนตรีได้ โดยคุณสามารถตัด คัดลอก บางส่วนของไฟล์เสียงได้ และยังสามารถเติมเอฟเฟคอย่างเช่น echo, amplification และ การลดเสียงรบกวนลงไปในไฟล์เสียงอีกด้วย
Music Editor Free

5. โปรแกรมตัดเสียง Wavosaur

โปรแกรมตัดเสียง Wavosaur เป็นโปรแกรมตัดเสียงฟรีซึ่งสามารถตัดเสียงไฟล์ wav, ตัดเสียงเพลง, แก้ไขและบันทึกเสียงในรูปแบบ wav และ mp3 ได้ โปรแกรมตัดเสียง Wavosaur มีฟังก์ชั่นการทำงานที่ครบถ้วนในการตัดเสียง, การสร้างลูปของดนตรี, การวิเคราะห์, การอัดเสียง, การแปลงไฟล์จำนวนมากพร้อมกัน โปรแกรม Wavosaur สนับสนุน plugin VST, ไดร์เวอร์ ASIO, ไฟล์ WAV แบบ multichannel, การประมวลผลเอฟเฟคแบบ real time โปรแกรมนี้ไม่จำเป็นต้องทำการติดตั้งลงเครื่องคอมพิวเตอร์ และไม่มีการเขียนข้อมูลลงในส่วน registry ด้วย ซึ่งโปรแกรมนี้เหมาะมากสำหรับเป็นโปรแกรมแก้ไข mp3 ในงานการทำต้นฉบับและการออกแบบเสียงดนตรี
Wavosaur

6. โปรแกรม Traverso DAW

โปรแกรม Traverso DAW เป็นลิขสิทธิ์แบบ GPL สามารถบันทึกเสียงได้หลายรูปแบบในหลายแทรกพร้อมกัน และยังมีส่วนในการตัดเสียงอีกด้วย เป็นโปรแกรมที่มีระบบที่ทันสมัยและสามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย โปรแกรมนี้เหมาะสมทั้งการใช้งานส่วนตัวจนถึงการใช้งานระดับมืออาชีพ การเพิ่มหรือการลบเอฟเฟคของปลั๊กอิน, การย้ายคลิปเสียง และการสร้างแทรกใหม่ในขณะที่ทำการเล่น สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น โดยสามารถแสดงผลการทำงานได้อย่างทันที
Traverso DAW

7. โปรแกรมตัดเสียง Ardour

โปรแกรมตัดเสียง Ardour เป็นโปรแกรมระดับมืออาชีพ คุณสามารถบันทึก,แก้ไข และมิกซ์เสียงในหลายแทรกพร้อมกันได้ คุณสามารถสร้าง CD เพลง,มิกซ์เสียงลงในวีดีโอ หรือจะลองทำอะไรใหม่ๆ ทางด้านดนตรีและเสียง โปรแกรมตัดเสียง Ardour ยังมีความสามารถในการบันทึกเสียงในแบบ multichannel , การตัดเสียงแบบ non-destructive ด้วยความสามารถในการ undo/redo ไม่จำกัด, มีระบบทำงานอัตโนมัติที่สมบูรณ์, ระบบมิกซ์เสียงที่ดีเยี่ยม, การไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับ tracks/busses/plugins , timecode synchronization และสนับสนุนการใช้ฮาร์ดแวร์ในการทำงานอย่างเช่น Mackie Control Universal ถ้าคุณกำลังมองหาโปรแกรมตัดเสียงที่มีคุณสมบัติคล้ายๆ กับ ProTools, Nuendo, Pyranmix หรือ Sequoia คุณอาจจะถูกใจกับโปรแกรมตัดเสียง Ardour ก็เป็นได้
Ardour

8. โปรแกรมตัดเสียง Rosegarden

โปรแกรมตัดเสียง Rosegarden เป็นโปรแกรมที่เด่นในการจัดการเสียงเพลง, การสร้าง MIDI, score editor, การใช้งานด้านดนตรีทั่วๆ ไป และระบบในการทำงาน โปรแกรมตัดเสียง Rosegarden สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายและเป็นโปรแกรมที่สามารถทำงานบน Linux ได้ด้วย โปรแกรมนี้เหมาะสมอย่างมากสำหรับนักแต่งเพลง, นักดนตรี, นักเรียนด้านดนตรี และห้องอัดเสียงขนาดเล็กหรือสำหรับการอัดเสียงภายในบ้าน
Rosegarden

9. โปรแกรม Hydrogen

โปรแกรม Hydrogen เป็นโปรแกรมสร้างเสียงกลองสำหรับระบบปฏิบัติการ GNI/Linux
Hydrogen

10. โปรแกรมตัดเสียง WavePad Sound Editor

คุณสามารถตัดเสียงเพลง, เสียงพูด และการบันทึกเสียงด้วยโปรแกรม WavePad Sound Editor ได้ คุณสามารถทำการ ตัด, คัดลอก และวาง ส่วนของเสียงที่ทำการบันทึกไว้ได้ และคุณยังสามารถเพิ่มเอฟเฟคลงในไฟล์เสียงอย่างเช่น echo, amplification และการลดเสียงรบกวนได้อีกด้วย โปรแกรมตัดเสียง WavePad Sound Editor นั้นสามารถทำงานเป็นตัวตัดต่อไฟล์ wav หรือ mp3 ได้ และโปรแกรมยังสามารถใช้งานได้กับไฟล์เสียงในหลายรูปแบบเช่น vox, gsm, real audio, au, aif, flac, ogg
WavePad Sound Editor

11. โปรแกรมตัดเพลง Sound Engine

โปรแกรมตัดเพลง Sound Engine เป็นโปรแกรมที่ดีมากสำหรับการใช้งานส่วนตัว เพราะมันสามารถใช้งานในการตัดเพลงไฟล์ wav ได้อย่างง่ายดายมาก ถึงแม้ว่ามันเป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่ายแต่โปรแกรมนี้ก็มีคุณสมบัติสำหรับมืออาชีพอยู่อย่างมากมาย
Sound Engine

12. โปรแกรมตัดเสียง Expstudio Audio Editor

โปรแกรมตัดเสียง Expstudio Audio Editor เป็นโปรแกรมตัดเสียงที่มีออปชั่นในการทำงานมากมายและมีเครื่องมือที่หลากหลายในการตัดเพลง โดยสามารถทำการตัดเสียงได้ง่ายๆ เหมือนกับการแก้ไขตัดข้อความธรรมดาเท่านั้น ด้วยข้อมูลของเพลงที่แสดงออกมาเป็นรูปภาพทำให้มันสามารถแก้ไข ตัดต่อเพลงได้หลากหลายรูปแบบ เช่น การใส่ filter, การใส่ effect เสียงแบบต่างๆ, การแปลงไฟล์ เป็นต้น
Expstudio Audio Editor

13. โปรแกรมตัดเพลง DJ Audio Editor

โปรแกรมตัดเพลง DJ Audio Editor เป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่ายและมีการจัดระบบที่ดี ซึ่งโปรแกรมตัดเพลงนี้สามารถทำงานได้หลากหลายมาก คุณสามารถสร้างและแก้ไขเพลงอย่างที่มืออาชีพทำได้ และยังสามารถแสดงรูปภาพของคลื่นเสียง ซึ่งทำให้คุณสามารถทำงานได้อย่างสะดวกและรวดเร็วอีกด้วย
DJ Audio Editor

14. โปรแกรมตัดเพลง Eisenkraut

โปรแกรมตัดเพลง Eisenkraut เป็นโปรแกรมตัดเพลงที่สามารถทำงานได้ในหลายระบบปฏิบัติการ โปรแกรมตัดเพลงนี้ต้องการ Java 1.4+ และ SuperCollider3 โปรแกรมตัดเพลงนี้สนับสนุนการทำงานหลาย channel และ ไฟล์แบบ multi-mono และ การเข้ารหัสแบบ floating-point และที่พิเศษสำหรับโปรแกรมตัดเพลงนี้ คือมีหน้าจอแบบ OSC scripting และ experimental sonagramme functionality ด้วย
Eisenkraut

15. โปรแกรมตัดเพลง Free Wave MP3 Editor

โปรแกรมตัดเพลง Free Wave MP3 Editor เป็นโปรแกรมตัดเสียงในระบบปฏิบัติการ Windows โดยโปรแกรมตัดเพลงนี้สามารถแก้ไขและสร้าง เสียงร้องและเสียงที่บันทึกมาได้ โดยที่คุณสามารถทำการตัด, คัดลอก ส่วนต่างๆ ของเสียงที่บันทึกมาได้ และยังสามารถใส่ effect ต่างๆ เข้าไปได้เช่น echo, amplication และ การลดเสียงรบกวน
Free Wave MP3 Editor

16. โปรแกรมตัดเพลง Kangas Sound Editor

โปรแกรมตัดเพลงนี้มีรูปแบบการใช้งานแบบ Fun Kangaroo-themed ซึ่งโปรแกรมนี้จะสามารถสร้างเสียงเพลงและใส่เสียง effect ได้ โดยมันจะใช้ระบบอัตราส่วนของความถี่ในการควบคุมเสียงซึ่งมีความแตกต่างจากระบบทั่วไป และโปรแกรมนี้สามารถสร้างเสียงดนตรีและเสียงเคาะต่างๆ ได้อีกด้วย
Kangas Sound Editor

17. โปรแกรมตัดเพลง Ecawave

โปรแกรมตัดเพลง Ecawave เป็นโปรแกรมตัดเพลงที่แสดงในรูปแบบรูปภาพแบบง่ายๆ โดยระบบหน้าจอของโปรแกรมใช้หลักการแบบ Qt libraries ซึ่งการทำงานเกี่ยวกับเสียงทั้งหมดทำการดึงโดยตรงมาจาก ecasound libraries โปรแกรมตัดเพลง Ecawave นั้นถูกออกแบบให้สามารถทำงานกับไฟล์เสียงที่มีขนาดใหญ่ได้ โดยการทำงานทั้งหมดจะบันทึกลงฮาร์ดดิสตลอด ด้วยการเก็บข้อมูลของเสียงในรูปแบบของรูปภาพแบบง่ายๆ นั้น ทำให้การทำงานต่างๆ เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว โปรแกรมตัดเสียง Ecawave นั้นสนับสนุนการทำงานกับไฟล์เสียงและ effect จำนวนมาก เช่น jACK, ALSA, OSS, aRts และรูปแบบไฟล์แบบอื่นๆ อีกมากกว่า 20 รูปแบบ ,effect อีกมากกว่า 30 แบบ , LADSPA plugin และ multi-operator effect
Ecawave

18. โปรแกรมตัดเพลง Audiobook Cutter

โปรแกรมตัดเพลง Audiobook Cutter จะทำการตัดไฟล์เสียง mp3 และ podcast ได้อย่างรวดเร็วและง่ายต่อการใช้ง่าย ไฟล์ที่ตัดแล้วนั้นมันจะสามารถนำมาใช้ในเครื่องเล่น mp3 แบบพกพา เนื่องจากว่าไฟล์ที่ตัดแล้วจะมีขนาดเล็ก โดยจุดที่ตัดแบ่งนั้นจะถูกหาอย่างอัตโนมัติโดยพิจารณาช่วงที่เงียบของไฟล์เสียง
Audiobook Cutter

19. โปรแกรมตัดเสียง Jokosher

โปรแกรมตัดเสียง Jokosher เป็นโปรแกรมแบบ multi-track ที่ดีและใช้งานง่าย โดยโปรแกรมตัดเพลงนี้จะสามารถสร้างและบันทึกเสียงดนตรี, podcasts และอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดได้รวมกันในโปรแกรมที่ดูเรียบง่ายโปรแกรมนี้
Jokosher

20. โปรแกรมตัดเพลง LMMS

โปรแกรมตัดเพลง LMMS นั้นสามารถใช้ได้ในหลายระบบปฏิบัติการ โดยเป็นโปรแกรมทางเลือกที่เทียบเท่ากับโปรแกรมที่ขายอย่างเช่น FL Studio โดยโปรแกรมตัดเพลงนี้จะทำให้คุณสามารถสร้างเสียงเพลงได้ด้วยคอมพิวเตอร์ของคุณเอง โดยการสร้างเพลงนี้จะรวมถึงการสร้างดนตรีและ beat, สังเคราะห์เสียงและ มิกซ์เสียง, เรียบเรียงเสียง คุณสามารถสนุกกับ MIDI-keyboard และอื่นๆ อีกมากมายในโปรแกรมตัดเพลงนี้ และโปรแกรมตัดเพลงนี้มีระบบหน้าจอที่ทันสมัยและง่ายต่อการใช้งาน
LMMS

21. โปรแกรมตัดเพลง Mp3Splt

โปรแกรมตัดเพลง Mp3Splt เป็นโปรแกรมตัดเพลงที่ไม่มีการถอดรหัสในขณะทำงาน โดยโปรแกรมตัดเพลงนี้สามารถตัดไฟล์ mp3 และ ogg โดยการกำหนดจุดเริ่มต้นและจุดสุดท้าย การตัดไฟล์ mp3 และ ogg ขนาดใหญ่ให้เป็นไฟล์ขนาดเล็กหรือแบ่งไฟล์ทั้งอัลบั้มออกเป็นเพลงนั้นมีประโยชน์อย่างมาก ถ้าคุณต้องการแบ่งไฟล์เสียงทั้งอัลบั้ม คุณสามารถกำหนดจุดแบ่งและตั้งชื่อไฟล์เองหรือ คุณอาจจะให้มันทำงานอัตโนมัติโดยดึงข้อมูลจาก CDDB (ในอินเตอร์เน็ตหรือในเครื่องคอม) หรือจากไฟล์ .cue โดยโปรแกรมตัดเพลงนี้มีระบบตัดแบ่งอัตโนมัติโดยพิจารณาจากช่วงที่เสียงเงียบในไฟล์เสียง ซึ่งมันจะช่วยปรับปรุงจุดตัดที่ได้จากข้อมูล cddb และ cue โดยคุณสามารถแบ่งเพลงจากไฟล์ Mp3Wrap หรือไฟล์ AlbumWrapในเพียงไม่กี่วินาที
Mp3Splt

22. โปรแกรมตัดเสียง Qtractor

โปรแกรมตัดเสียง Qtractor โปรแกรมแบบ Audio/MIDI multi-track sequencer ที่ถูกเขียนด้วยภาษา C++ ใน Qt4 framework โปรแกรมตัดเพลงนี้สามารถทำงานได้ในระบบปฏิบัติการ Linux ที่มี jACK สำหรับไฟล์ดนตรีและ ALSA สำหรับ MIDI ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นโครงสร้าง GUI หลักในการทำงานด้านเสียงเพลงในระบบ Linux ที่ถูกออกแบบให้ใช้งานในรูปแบบสตูดิโอภายในบ้าน
Qtractor

23. โปรแกรมตัดเสียง ReZound

โปรแกรมตัดเสียง ReZound มีจุดเด่นในเรื่องความมีเสถียรภาพ, เป็นโปรแกรมประเภท open source และมีระบบการตัดต่อแบบกราฟฟิก
ReZound

24. โปรแกรมตัดเสียง Sweep

โปรแกรมตัดเสียง Sweep เป็นโปรแกรมตัดต่อเสียงเพลงและบันทึกเสียงในการแสดงสดในระบบปฏิบัติการ GNU/Linux, BSD และระบบปฏิบัติการในรูปแบบเดียวกัน โดยโปรแกรมนี้สนับสนุนการรูปแบบของไฟล์เสียงเพลงและเสียงร้องในหลายรูปแบบ เช่น WAV, AIFF, Ogg Vorbis, Speex และ MP3 ด้วยการตัดต่อแบบ multichannel และLADSPA effects pluging
Sweep

25. โปรแกรมตัดเสียง Wavesurfer

โปรแกรมตัดเสียง Wavesurfer เป็นโปรแกรมตัดเสียงแบบ Open Source โดยโปรแกรมตัดเสียงนี้ถูกออกแบบให้เหมาะสมทั้งระดับมือสมัครเล่นจนถึงระดับมืออาชีพ โปรแกรม Wavesurfer เป็นโปรแกรมที่ระบบไม่มีความซับซ้อนและง่ายต่อการใช้ง่าย
WavesurferCr socialintegrated

วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Paint.NET โปรแกรมแต่งรูปฟรี ดีมากๆ

โปรแกรมแต่งรูปมีหลายแบบมาก ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมแต่งรูปง่ายๆที่สามารถทำการเปลี่ยนขนาดของรูปหรือการตัดรูปภาพ หรือบางทีอาจจะสามารถเขียนข้อความลงไปได้ ซึ่งโปรแกรมประเภทนี้สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย แต่ก็ยังมีโปรแกรมแต่งรูปอีกประเภทหนึ่งซึ่งมีความสามารถสูงมากเช่น Photoshop หรือ โปรแกรมแต่งรูปยอดนิยมอย่าง GIMP ซึ่งมีฟังก์ชั่นเยอะมาก เยอะกว่าผู้ใช้ทั่วไปต้องการด้วยซ้ำ
Paint.NET เสนอทางเลือกโปรแกรมที่อยู่ระหว่างโปรแกรมแต่งรูปทั้งสองประเภท โดยจุดเริ่มต้นของโปรแกรม Paint.NET ถูกสร้างขึ้นเพื่อแทนโปรแกรมแต่งรูปมาตรฐานของระบบวินโดว์ แต่ก็มีการเพิ่มความสามารถต่างๆ เข้าไป แต่ก็ยังคงรักษาความหน้าจอที่ง่ายต่อการใช้งานอยู่ได้
คุณสมบัติ
เพื่อที่จะเข้าใจโปรแกรม Paint.NET ว่ามีข้อดีอย่างไร เราจะทำการเจาะลึกในหัวข้อหลักๆ ดังต่อไปนี้
หน้าจอที่ง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน

หน้าจอของโปรแกรม Paint.NET นั้นใช้รูปแบบ Windows’ Aero ซึ่งทำให้ผู้ใช้รู้สึกคุ้นเคยกับมันง่ายขึ้น และโปรแกรม Paint.NET นั้นมีหน้าจอที่ง่ายต่อการใช้งานเป็นอย่างมาก โดยโปรแกรม Paint.NET มี 4 หน้าต่างคือ เครื่องมือ (Tool), ประวัติ (History), สี (Colors) และ เลเยอร์ (Layer) โดยผู้ใช้สามารถเปิดหรือปิดหน้าต่างใดก็ได้ โดยเลือกเมนู Window ด้านบน

คีย์ลัด


โปรแกรมที่ดีต้องมีคีย์ลัดในทุกคำสั่ง ถ้าคุณชำนาญการใช้คีย์ลัดต่างๆ จะทำให้คุณสามารถทำงานได้รวดเร็วเป็นอย่างมาก และสิ่งที่ดีมากๆ ของโปรแกรม Paint.NET คือ คุณสามารถเห็นคีย์ลัดในการทำงานของคำสั่งในทุกตำแหน่ง
ความสามารถ
โปรแกรม Paint.NET เป็นโปรแกรมที่ทำงานได้อย่างรวดเร็วและใช้งานง่าย  ไม่ว่าเครื่องคอมของคุณจะเก่าแค่ไหน โปรแกรม Paint.NET ก็สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งนี้เป็นข้อดีมากๆ สำหรับคอมพิวเตอร์เก่า และโปรแกรมนี้มีเสถียรภาพในการทำงานที่ค่อนข้างสูงอีกด้วย
เลเยอร์
ฟังก์ชั่นเลเยอร์นี้เป็นส่วนที่น่าประทับใจมากๆของโปรแกรม Paint.NET ซึ่งคุณสมบัตินี้จะมีอยู่ในโปรแกรมแต่งรูปราคาแพงเท่านั้น ด้วยคุณสมบัติเลเยอร์นี้ทำให้โปรแกรม Paint.NET แตกต่างจากโปรแกรมแต่งรูปฟรีทั่วไปเป็นอย่างมาก 



Paint.NET มีสังคมออนไลน์ซึ่งมีผู้ใช้หลายๆระดับที่พูดคุยกันทุกวัน ซึ่งสิ่งนี้มีประโยชน์อย่างมากเมื่อคุณต้องการความช่วยเหลือ มีสองส่วนในฟอรั่มของ Paint.NET คือ การสอนใช้โปรแกรม และ ปลั๊กอิน ซึ่งทั้งสองส่วนนี้มีประโยชน์มาก ซึ่งทำให้โปรแกรม Paint.NET เป็นโปรแกรมที่มีประโยชน์เป็นอย่างแท้จริง
การอัพเดทอัตโนมัติ

คุณไม่ต้องกังวลใจว่าคุณใช้โปรแกรม Paint.NET ที่ล้าสมัย โดยค่าตั้งต้นของโปรแกรมจะทำการอัพเดทข้อมูลให้อัตโนมัติ โดยมีทางเลือกให้คุณสามารถอัพเดทเพื่อลองใช้ beta เวอร์ชั่นได้ โดยปกติแล้วโปรแกรมเวอร์ชั่น beta จะมีเสถียรภาพน้อยกว่าโปรแกรมเวอร์ชั่นปกติ   ถ้าคุณต้องการอัพเดทด้วยตัวคุณเอง คุณก็สามารถทำได้โดยเลือก Utilities แล้วเลือก “Check for Updates.” 

เอฟเฟคพิเศษ
 มีเอฟเฟคให้คุณได้เลือกใช้กับรูปภาพของคุณมากมายในโปรแกรม Paint.NET โดยด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างเพียงเล็กน้อยที่โปรแกรม Paint.NET สามารถทำเอฟเฟคกับรูปภาพได้
 รูปเริ่มต้น
เอฟเฟค Bulge
เอฟเฟค Soften Portrait
เอฟเฟค Pencil Sketch
เครื่องมือทรงพลังที่หลากหลาย
โปรแกรม Paint.NET ไม่เพียงจะมีแค่เอฟเฟคเท่านั้น แต่ยังมีเครื่องมือที่ใช้แต่งรูปอีกมากมาย ซึ่งการสอนในสังคมออนไลน์ของ Paint.NET ช่วยคุณในการเรียนรู้ได้
สามารถย้อนกลับได้แบบไม่จำกัด
ในแต่ละขั้นตอนที่คุณทำกับรูปภาพ จะถูกเก็บประวัติ (History) ทั้งหมด ไม่เพียงแต่เก็บข้อมูลทั้งหมดไว้แต่ยังสามารถที่จะทำการ Undo และ Redo มันได้อีกด้วย ซึ่งนี้จะช่วยคุณเวลาที่คุณทำอะไรไม่ถูกต้องและคุณสามารถย้อนกลับมาแก้ไขได้ 

โปรแกรมฟรี
ข้อที่ดีที่สุดของโปรแกรมนี้คือ “ฟรี”
บทสรุป
โปรแกรม Paint.NET เป็นหนึ่งในโปรแกรมแต่งรูปที่ดีที่สุด ซึ่งอยู่ระหว่างโปรแกรมแต่งรูปฟรีทั่วไปกับโปรแกรมแต่งรูปราคาแพง โดยโปรแกรม Paint.NET เป็นโปรแกรมฟรีอีกด้วย คุณสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมนี้ได้จาก http://www.getpaint.net/

  CR :socialintegrated

วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

การสร้างหลาย user ให้กับ Email

นี้คืออีก วิธี 1 ที่ใครหลายๆคนอายจะยังไม่ทราบ ก็คือเราสามารถสร้างหลายๆ User ให้กับ Email เราได้โดยไม่ต้องไปสมัครใหม่ให้เสียเวลา

สมมติ เรามี Email Admin@Email.com

เราก็เเค่ เพิ่ม Admin+1@email.com

ในตอนที่เราเอาเมลเราไปสมัคร ตามเว็บต่าง ก็ใส่ Admin+1@email.com มันจะส่งเมลหา ที่ Admin@Email.com เหมือนเดิม

วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2553

Bypass Wireless Hotspot

Reference VDO by Infinity Exists

ร้านอาหารบางร้าน มีการให้บริการอินเตอร์เน็ตไร้สายฟรีกับลูกค้าด้วย ปกติแล้วจะให้ฟรี 1-2 ชม.
แล้วชม.ต่อไปก็ต้องจ่ายเงิน

แต่ถ้าเราไม่อยากซื้อของ ไม่อยากจ่ายตังค์ แต่อยากเล่น internet ฟรี

ก็ทำได้ง่ายๆ 3 วิธี คือ

1. Session Stealing
ใช้วิธีการต่อเข้าไปในระบบwireless เพื่อดักจับดูว่า มีใครเล่นเน็ตอยู่บ้าง
Code:
#airodump-ng   rausb0               ;ดูว่าตอนนี้มี wifi hotspot อะไรบ้าง เช็คโดยผ่านconnection rausb0
Code:
#airodump-ng  --bssid [mac address ของ hotspot]  rausb0     ;เช็คว่ามีใครใช้อะไรบ้างในhotspotนี้
แล้วก็เช็คว่า คนๆนั้้นได้เล่นเน็ตอยู่จริงๆ (คือมี data traffic วิ่งอยู่)
แล้วก็ดูว่า คนๆนั้น มี MAC adress อะไร
เสร็จแล้วก็ เปลี่ยน MAC address ของเรา ให้เป็นค่า MAC address ที่เราเพิ่งขโมยมา
Code:
#macchanger  -m  [macที่จะเปลี่ยนไปเป็น]    rausb0       ;เปลี่ยนMACของdeviceชื่อ rausb0
2. DNS Tunneling
ใช้โปรแกรมชื่อ iodine ในการ tunnel ข้อมูลในการต่อเน็ต ให้ไปอยู่ในรูปแบบ DNS packet (เอาheader DNS packet ครอบหัวทุกๆข้อมูลที่จะส่งต่อเน็ต)
เนื่องจาก บางhotspot อนุญาตให้เราส่ง DNS packet ออกไปถามที่อื่นได้ แต่บล๊อคไม่ให้ใช้เน็ต
การหลอก packet ที่จะวิ่งผ่านเน็ตให้ปลอมตัวเป็น DNS packet จะทำให้ทะลุการป้องกันของHotspotไปได้

เสร็จแล้วส่งผ่านไปยัง server ของเราที่เปิดรอรับไว้ เพื่อถอดDNS header ออก แล้วใช้เน็ตของเครื่อง server นั้นเพื่อท่องเวปต่อไป

เครื่องมือ iodine, openvpn, real IP + real domain name, server
+domain name hosting:
- ตั้งให้มี custom DNS วิ่งไปหา server ที่เราเปิดiodinedไว้ ใช้ NS, A

+ฝั่ง Server:
- ใช้ OpenVPN เพื่อสร้าง connection จำลองขึ้นมาก่อนที่ server
- รัน iodined [server_ipที่จะสร้างขึ้นเมื่อมีclientเข้ามา] [dns_suffix] ;เพื่อสร้างdaemonมารองรับการถอด dns header โดยdaemon ตัวนี้จะตอบสนองกับDNS packet ที่มี dns_suffix ที่ระบุไว้เท่านั้น
- เปิด service SSH

+ฝั่ง Client:
- ใช้ iodine -f [real_server_ip] [dns_suffix ที่ตั้งไว้] ;จะทำให้เราส่งข้อมูลทุกอย่างผ่านDNS ไปยังserverเรา
- สร้าง Sock Proxy ด้วยการใช้ putty เปิด SSH connection ไปหาเครื่อง server จะทำให้มีportใหม่ขึ้น
- ตั้งให้ browser วิ่งผ่าน sock proxy ที่เพิ่งสร้าง


3. IP Tunneling
วิธีสุดท้ายสร้าง tunnel ผ่าน Ping ก็จะเหมือนกับ DNS Tunnel ในข้อ2
แต่ต้องมั่นใจซะก่อนว่า ทางhotspotไม่บล๊อค ICMP ด้วยการทดลองpingอะไรซักอย่าง

อุปกรณ์ PingTunnel(ptunnel), LibPCap
+ ฝั่งServer:
- รัน ptunnel

+ ฝั่งClient:
- รัน ptunnel -p [server_ip] -lp[listening_port] -da [proxy_server_ip] -dp [proxy_port]
- เนื่องจากเป็น sock proxy, เลยต้องใช้ Putty สร้าง ssh tunnel ด้วย
- ตั้งให้ browser วิ่งผ่าน sock proxy ที่เพิ่งสร้าง

วิดีโอของทั้งสามวิธี (แต่เนื่องจากมันไม่ได้ตัดวีดีโอเป็นไฟล์ละเทคนิค ก็เลยต้องทำแบบนี้)
วิธี 1+2

วิธี 2

วิธี 3

วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2553

การปรับแต่งเพื่อเพิ่มความเร็วให้กับ Modem

ถ้า modem ของคุณเป็นรุ่น 56K ชนิด External เมื่อตรวจเช็คความเร็วขณะเล่น Net ได้ความเร็วไม่ถึง 115200 bps แล้วล่ะก็ เรามีวิธีช่วยครับ

หมายเหตุ
modem โดยปรกติค่าที่ ได้จะอยู่ที่ 56000 bps หรือไม่ก็ 36000 bps ซึ่งเป็นค่าปรกติของ modem คุณอยู่แล้ว อ้อ! ขอเตือนไว้ก่อนเลยนะครับว่า วิธีการนี้ใช้ไม่ได้กับ modem แบบ internal

คำเตือน ทางเราจะไม่รับประกันกับความเสียหายใดๆ จากการเซตครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังไม่เคยปรากฏว่าจะเกิดความเสียหายใดๆ ทางที่ดีควรจดค่าเดิมเก็บไว้ก่อน หรือจะให้แน่ใจจริงๆ คุณก็ควร จะมี Driver Modem อยู่กับตัวเพื่อใช้ install ได้ใหม่ในภายหลัง

วิธีการทำ
ขั้นตอนแรก ต้องหลอกให้เครื่องของคุณ เห็น modem เป็น รุ่น Standard 56000 bps V90 Modem ก่อน โดยใช้ Driver ที่มีอยู่แล้ว ในแผ่น CD Windows 98, ME หรือ XP

1. เรียก "Control Panel" ขึ้นมา
2. หา Icon "System" เมื่อเจอแล้วก็ Click
3. เลือกแถบ "Device Meanager" Click 2 ครั้งที่รูป modem จะแสดง Driver modem ตัวที่คุณใช้อยู่ ให้ Click2 ครั้งที่ Driver ตัวนั้น
4. เลือกแถบ "Driver" กดปุ่ม "Update Driver" ตามด้วย "Next"
5. "What do you want Windows todo?" หัวข้อนี้ ให้คุณ เลือก "Display a list of all the drivers in aspecific location" ตามด้วย "Next"
6. ให้เลือก ดังนี้ ช่อง Manufacturers เลือก [standard Modem Types] ช่อง Models เลือก Standard 56000 bps V90 Modem (ดูภาพบน) ตามด้วย "Next"
7. Windows จะฟ้องว่า Driver ตัวนี้ไม่ถูกต้อง แต่อย่างไรก็ตาม ให้คุณตอบ Yes แล้วก็ Next และ Finish เสร็จเรียบร้อย 1ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 2 กำหนดความไวให้กับ COM2
1. เรียก "Control Panel" ขึ้นมา
2. หา Icon "System" เมื่อเจอแล้วก็ Click
3. เลือกแถบ "Device Meanager" Click 2 ครั้งที่ รูป Ports [COM&LPT] ให้ Click2 ครั้งที่ Communictions Port [COM2]
4. ใน Communications Prot(com2) Properties เลือกแถบ "Port Settings" ช่อง Bits per second เลือก 921600 ช่อง Flow control เลือก Hardware นอกนั้นห้ามแตะ
5. มองลงมาด้านล่างให้กดที่ปุ่ม Advnced เลื่อนแถบ Receive Buffer ไปให้สุดทาง ขวา(ใน Win Me เลือก Maximum) ตามด้วย OK และ OK แล้วก็ Restart

ขั้นตอนที่ 3 ดูสิว่าการเข้า Internet ของคุณใช้ Driver ใหม่หรือยัง
1. เรียก "Control Panel" ขึ้นมา
2. หา Icon "Internet Options" เมื่อเจอแล้วก็ Click
3. ใน Internet Properties เลือกแถบ "Connections" Click ที่ชื่อ ISP ที่คุณใช้ มันอยู่ในช่อง Dial-up Settings (ดูภาพที่ 3) จากนั้นกดปุ่ม Settings.แล้วก็กดปุ่ม Properties
4. ที่ช่อง Conect using ให้เลือกเป็น Standard 56000 bps V90 Modem แล้วเลือก OK และ OKแล้วก็ OK
5. ก็เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ จากนั้นคุณก็ทดลอง ต่อ internet ดู แล้วตรวจเช็คความไว อีกครั้งว่า ถึง 115200 bps หรือยัง

credit http://citecclub.org

www.salepointsave.com

วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2552

วิธี Uninstall Windows Live Messenger 9 Beta

มาเขียนซักหน่อยหลังจากไม่ได้เขียนนานมาก คราวนี้นำสาระน่ารู้มาฝากกับปัญหายิบย่อยจุกจิกของ Windows Live Messenger หรือที่เรียก MSN กันติดปากคนไทยนี่แหละ

ตอนนี้หลายคนคงได้ใช้ Windows Live Messenger 2009 ตัวใหม่ล่าสุดที่พึ่งออกมากันแล้ว และบางคนอาจไม่ชอบมัน อยากกลับไปใช้เวอร์ชั่นเก่า ครั้นจะลบ ก็ลบไม่ออกซักที ลบออกไปแล้วคราวนี้เวอร์ชั่นเก่าก็ลงไม่ได้อีก ปวดหัวจริงๆเลย

ทางผมมีข้อแนะนำสำหรับเคสนี้เลย โดยเฉพาะคนที่อยากลงเวอร์ชั่นเก่าอย่าง 8.5 แต่ลงไม่ได้ เนื่องจากบอกว่าติดตั้งไว้อยู่หรืออะไรก็ตาม ให้ทำตามนี้เลย

1. Remove Windows Live Messenger ออก
2. Remove โปรแกรม Windows Live ตัวอื่นที่ไม่ใช้ออก โดยเฉพาะหากมีคำว่า Beta ควรลบทิ้ง
3. โหลดโปรแกรม Windows Install Clean Up จาก Microsoft ที่ http://support.microsoft.com/kb/290301 และติดตั้งลงไป ไม่ต้องงงสงสัยว่าทำไมขึ้น Office อะไร ติดตั้งให้เรียบร้อย
4. ติดตั้งเสร็จจะมีโปรแกรมขึ้นที่ Start Menu ให้เรียกใช้งานเลย "Windows Install Clean Up"
5. เปิดขึ้นมาแล้วเลื่อนลงไปล่างๆจะเจอ Windows Live Messenger, Windows Live Beta หรืออะไรก็แล้วแต่ ให้ลบ Windows Live Messenger กับ Beta ทิ้งโดยการเลือกชื่อที่ต้องการแล้วกดปุ่ม Remove แล้วลองติดตั้ง MSN 8.5 ดูใหม่ถ้าไม่ได้ก็ลบโปรแกรม Live ทั้งหมดใน Control Panel แล้วมาลบทั้งหมดในตัว Clean Up นี้ แล้วลองอีกที

คราวนี้คาดว่าน่าจะแก้ปัญหาลงเวอร์ชั่นเก่า 8.5 ไม่ได้ ได้แล้วนะครับ

ถ้ายังไม่ได้อีกลองคำสั่งนี้ดู Start -> Run ในช่องให้พิมพ์ "msiexec /x {B1403D7D-C725-4858-AACC-7E5FA2D72859}" (ไม่ต้องใส่ฟันหนูนะ) แล้วกด OK เลยดู

ปล. ที่เขียนเพราะกลัวลืม โดนถามหลายรอบอยู่ กลัวหาโปรแกรมไม่เจอเองด้วย ^^"

โปรแกรมนี้ใช้แก้ปัญหาได้ตั้งแต่ Windows XP ยัง Windows 7 เลยนะครับ

edit @ 15 Jul 2009 23:07:30 by Teara (ooh44) - chakmon

5 เคล็ดลับคอมเร็ว

WindowsXP เป็นสัจธรรมของโลก แม้แต่พีซีที่รัน Windows เมื่อใช้ไปนานๆ
ความเร็วที่ได้เทียบกับวันแรกก็ไม่เที่ยงเหมือนกัน (ยังดีที่ไม่ "เดี้ยง")
และถึงแม้พีซีของคุณจะเลือกใช้โพรเซสเซอร์ที่แรง และเร็วกิ๊กที่สุด
แต่ถ้าในเครื่องเต็มไปด้วยไฟล์ขยะที่ไม่จำเป็น
โปรแกรมที่ติดตั้งไว้บูชาหาได้ใช้ไม่
รวมถึงโปรแกรมหลังบ้านที่ทำงานไม่มีวันหยุด
ปัจจัยเหล่านี้ย่อมทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่รันวิน โดวส์ของคุณช้าลง...ไปเรื่อย
แม้คล็อกในเครื่องจะเร็วจี้ร้อนจ๊าบแค่ไหนก็ตาม

เคล็ดลับง่ายๆ 5
ขั้นตอนต่อไปนี้จะช่วยปลุกซอมบี้วินโดวส์พีซีของคุณใ ห้กลับมาทำงานเร็ว
(เกือบ) เหมือนวันแรกที่รู้จักกัน ว่าแล้วเราไปลุยกันเลยดีกว่าครับ

ไม่ว่าฮาร์ดดิสก์ของคุณจะมีขนาดใหญ่แค่ไหนก็ตาม
มัน จะทำให้ทั้งระบบช้าลงไปทันทีเมื่อถูกใช้บันทึกข้อ มูลจนเกือบจะถึง 90% ของความจุ การเพิ่มพื้นที่ว่างให้กับฮาร์ดดิสก์ด้วยการกำจัดโปร แกรมที่ไม่ค่อยได้ใช้(ติดตั้งไว้เท่ห์ๆ เท่านั้น) ช่วยให้ระบบเร็วขึ้นกว่าเดิม 5-10% สำหรับผู้ใช้ Windows 98/ME ให้คลิกปุ่ม Start -> Settings -> Control Panel ดับเบิ้ลคลิกบนไอคอน Add or Remove Programs แต่ถ้าคุณใช้ Windows XP คุณจะทราบขนาดของโปรแกรม (Size) รวมถึงว่ามันถูกเรียกใช้บ่อยแค่ไหน (Frequency of use) และล่าสุดคุณเรียกใช้งานโปรแกรมดังกล่าวเมื่อไหร่ (Date Last Used)ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์ต่อการตัดสินใจว่า
คุณควรจะเก็บโปรแกรมอะไรไว้ในเครื่องของคุณบ้าง

ข้อพึงระวังในการตัดสินใจก็คือ
โปรแกรม หรือ ซอฟต์แวร์บางตัวจะมีความสำคัญต่อระบบ แต่ไม่ค่อยได้ใช้
ดังนั้น
ในการลบควรเลือกพิจารณาลบเฉพาะแอพพลิเคชันที่คุณติดต ั้งแล้วไม่ค่อยได้ใช้
หรือใช้บ้างในบางโอกาส (rarely, occasionally) เป็นเป้าหมายแรกจะดีกว่า

เมือเลือกโปรแกรมที่ต้องการลบออกไปได้แล้ว คลิกปุ่ม Change/Remove (ถ้าเป็น Windows 98/ME คลิก Add/Remove)
ขณะถอดถอนโปรแกรม
คุณอาจจะตกใจเมื่อพบกับข้อความว่า "If you want to remove a shared
componet" ให้คลิกปุ่ม "no to all" เนื่องจากไฟล์พวกนี้มีขนาดเล็ก
และอาจจำเป็นต่อการทำงานของโปรแกรมอื่นๆ ที่ยังอยู่ในระบบ

2. พิชิตขยะด้วย Disk Cleanup
ปรแกรมยูทิลิตี้
Disk Cleanup จะทำหน้าที่ลบไฟล์โปรแกรมที่ดาวน์โหลดมาไว้ในระบบ
ไฟล์ชั่วคราวต่างๆ รวมทั้งที่รับเข้ามาในเครื่องขณะท่องเน็ต
นอกจากนี้ยังมีพวกไฟล์ต่างๆ ที่ลบไว้แล้วยังคงค้างอยู่ใน Recycle Bin
อีกด้วย
สำหรับ Disk Cleanup เวอร์ชัน Windows XP
จะฉลาดขึ้นมาอีกนิดนึง ตรงที่มันสามารถลบออฟไลน์เว็บเพจ
และบีบอัดไฟล์ที่ไม่ค่อยได้ใช้งานให้อีกด้วย ขั้นตอนการเรียกใช้ Disk
Cleanup มีดังนี้

คลิกปุ่ม Start -> Programs -> Accessories -> System Tools -> Disk Cleanup

เลือกไดรฟ์ที่ต้องการทำความสะอาด
(ปกติก็ไดรฟ์ C: นั่นแหละ) แล้วคลิกปุ่ม OK คลิกเลือก
เช็คบ๊อกซ์หน้าหัวข้อที่คุณต้องการลบ แล้วคลิกปุ่ม OK

นอกจากนี้คุณยังสามารถลบองค์ประกอบการทำงานของ
Windows ที่คุณไม่ใช้ได้อีกด้วย โดยเรียกโปรแกรม Disk Cleanup
แล้วคลิกแท็บ More Options คลิกปุ่ม Clean up... ใต้หัวข้อ Windows
Components ซึ่งคุณอาจจะลบเกมส์ รวมถึงแอคเซสซอรี่อื่นๆ
ที่ไม่ได้จำเป็นสำหรับ Windows ที่คุณใช้งานอยู่ทุกวัน
(แล้วจะเก็บมันไว้ให้เปลืองทรัพยากรของระบบทำไมเล่า จริงไหม)

ในแท็บ
More Options ยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ Windows XP ล้างข้อมูล Restore Point
ได้อีกด้วย ซึ่งไฟล์เหล่านี้จะใช้สำหรับการกู้ระบบกลับมาให้เหมื อนเดิม
หากระบบมีปัญหาหลังการติดตั้งฮาร์ดแวร์ หรือ ซอฟต์แวร์เข้าไปใหม่
(ข้อมูลสำหรับการเรียกคืนระบบมักจะมีขนาดใหญ่ไม่ใช่เ ล่นเลยทีเดียว)
แค่คลิกปุ่ม Clean up... ภายใต้หัวข้อ System Restore แล้วคลิกปุ่ม Yes
แค่นี้ Windows ของคุณก็จะหายใจหายคอได้มากขึ้นอีกระดับหนึ่งแล้ว

3. ลดเวลาเริ่มต้นทำงาน (Startup time)
โปรแกรมพวกอินสแตนท์
แมสเสจจิ้ง (เช่น MSN ICQ ฯลฯ) มีเดียเพลย์เยอร์ และโปรแกรมต่างๆ
ที่จะกำหนดให้เริ่มต้นทำงานโดยอัตโนมัติตอนเปิด Windows ขึ้นทำงาน
โปรแกรมพวกนี้ทำให้เวลาที่ใช้ในการบู๊ตระบบนานขึ้น
และยังชอบสวาปามทรัพยากรของระบบอีกด้วย
คุณสามารถยกเลิกการเริ่มต้นทำงานของโปรแกรมเหล่านี้โ ดยอัตโนมัติได้ด้วยการคลิกปุ่ม
Start เลือกคำสั่ง Run พิมพ์คำสั่ง msconfig คลิกปุ่ม OK คลิกแท็บ Startup
คุณจะพบว่ามีรายชื่อโปรแกรมจำนวนหนึ่งที่จะถูกโหลดตอ นเปิดเครื่อง
ซึ่งบางชื่อก็ง่ายที่จะเข้าใจได้ว่า มันเป็นชื่อของโปรแกรมอะไร
แต่ส่วนใหญ่จะชื่อประหลาดๆ
คุณสามารถค้นหาความหมายของชื่อประหลาดเหล่านี้ได้ที่
www.sysinfo.org/startuplist.php ยกเลิกเช็คบ๊อกซ์ของโปรแกรมต่างๆ
ที่ไม่จำเป็นสำหรับคุณ คลิกปุ่ม Apply ตามด้วย OK
ระบบจะแสดงพร้อมพ์ให้รีสตาร์ทเครื่อง

หลังจากรีสตาร์ทเครื่อง
คุณจะได้รับข้อความแจ้งว่า System Configuration Utility is in Diagnostic
or Selective Startup mode ให้คลิกเลือกเช็คบ๊อกซ์หน้าข้อความ "don't show
this message again" แล้วคลิกปุ่ม OK

4. กำจัดไฟล์ซ้ำซาก
มันเป็นเรื่องง่ายมากที่คุณจะมีไฟล์ภาพซ้ำกันมากว่า
1 ก็อปปี้ในเครื่องของคุณ
โดยเฉพาะผู้ใช้ที่นำไฟล์รูปภาพตรงกลางไปใช้ในโปรเจกต ์ต่างๆ
(ที่แยกกันอยู่คนละโฟลเดอร์)
โปรแกรมจัดการรูปภาพที่ดีจะช่วยลบไฟล์ภาพที่ซ้ำซ้อนซ ่อนอยู่ในระบบได้
(ความจริงมันมีไฟล์เอกสารอื่นๆ ด้วยที่พบว่า มีการเก็บซ้ำซ้อนในระบบ
แต่ไฟล์พวกนี้มันเล็กกว่าไฟล์ภาพดิจิตอลมาก
กำจัดไฟล์ภาพซ้ำซ้อนได้กำไรมากกว่า) มีโปรแกรมจัดการไฟล์รูปภาพหลายตัว
แต่ในที่นี้แนะนำ Picasa (www.picasa.com/picasa) จาก Google
ซึ่งแจกฟรี!!!

5. ตามล่าขยะด้วย Search
แม้ว่า 4
ขั้นตอนที่ผ่านมาจะเป็นการกำจัดขยะออกไปตลอดเวลาแล้ว ก็ตาม แต่เชื่อไหมว่า
มันยังคงมีไฟล์ขยะที่ไม่จำเป็นหลบซ่อยอยู่ในเครื่องข องคุณ
สำหรับไฟล์ขยะที่มีขนาดใหญ่นี้
เราจะค้นหาด้วย Search ของ Windows โดยคลิกปุ่ม Start เลือกคำสั่ง Search
เลือก All files and folders
จากนั้นคลิกปุ่มเครื่องหมายลูกศรชี้ลงที่อยู่ถัดจากอ อปชัน "What size is
it?" คลิกเลือก Large ตามด้วยปุ่ม Search

คุณอาจจะพบไฟล์วีดีโอ
หรือไฟล์เพลงที่คุณเองก็ลืมไปแล้ว
นอกจากนี้ยังอาจจะพบว่ามีไฟล์ข้อมูลเกมส์ต่างๆ ที่ไม่ได้เล่นนานแล้ว
ถ้าชื่อไฟล์ที่พบไม่แน่ใจว่าเป็นไฟล์ที่ระบบใช้หรือไ ม่ ?
แนะนำให้ลองค้นหาชื่อไฟล์ที่ไม่แน่ใจบนอินเตอร์เน็ตก ็แล้วกันนะครับ

***ผมเชื่อว่า เคล็ดลับง่ายๆ 5 ข้อนี้จะช่วยให้พีซีของคุณเร็วจี๋กว่าเดิมจนรู้สึกได ้

เครดิต busher22759

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

7 เว็บค้นหาที่เก่งกาจกว่าGoogle

คนทั่วโลกรู้จักและติดใจ "Google" จนทำให้คำว่า "Google" ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชื่อแบรนด์ของบริษัทอินเทอร์เน็ตที่เติบโตเร็วที่สุดใน โลก แต่กลับเป็นชื่อของ "กริยา" ในการค้นหาข้อมูลบนโลกไซเบอร์ไปเสียแล้ว จึงมีคำพูดติดปากชาวเน็ตเวลาที่หาข้อมูลใดๆ ไม่เจอว่า "ลองGoogleดูหรือยัง?"

แต่วันนี้เรามีเว็บค้นหาที่เป็นทางเลือกใหม่ (Alternative Search Engine) สำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ของสิ่งที่ต้องการค้นหาได้ อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น เช่น หารูปก็จะได้รูป หาเพลงก็จะได้ฟังเพลง หาเอกสารก็จะได้ไฟล์ PDF โดยที่ไม่ต้องคลิกสารพัดลิงก์ไปมา พร้อมสแกนกันจนปวดตาอีกทีหนึ่ง

อย่างไรก็ดี สำหรับเซียนคอมฯ ที่รู้จักวิธีการ "แฮกGoogle" ด้วย การใส่โค้ดลับหลายสิบตัวลงไปในช่องค้นหาเพื่อที่จะได้ข้อมูลใดๆ จากGoogle ก็อยากให้มาลองใช้เว็บที่เราแนะนำในครั้งนี้ ไม่แน่อาจจะติดใจวิธีค้นหาแบบบ้านๆ แต่ได้ผลชะงัดก็เป็นได้

เว็บที่เราจะแนะนำในครั้งนี้จะแบ่งผลการค้นหาออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ คือ การค้นหา ภาพ เพลง วิดีโอ และเอกสาร

ถ้าคิดคีย์เวิร์ดเจ๋งๆ ได้แล้วก็ลุยกันเลย!


ค้นหาเพลง

www.songza.com

เป็นเว็บไซต์ที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายๆ ทุกครั้งที่พิมพ์คำค้นหาจะมีคำใกล้เคียงขึ้นมาแสดงให้ด้วย และทุกเพลงจะสามารถดูมิวสิกวิดีโอประกอบไปด้วยได้ เพราะเพลงที่ได้ฟังนั้นเป็นการดึงเสียงเพลงมาจากเว็บวิดีโอชื่อดังต่างๆ นั่นเอง สุดท้ายก็คือ สามารถคัดลอกโค้ดเพลงไปติดไว้ที่บล็อกของตัวเองได้อีกด้วย

www.midomi.com

สำหรับคนที่มักประสบปัญหาอยากฟังเพลงใดเพลงหนึ่ง กลับนึกชื่อเพลงไม่ออก แต่สามารถร้องเพลงนั้นได้ เว็บนี้ก็เหมาะกับคุณเป็นที่สุด เพียงแค่คอมพิวเตอร์ของคุณมีไมค์ และเปล่งเสียงของตัวเองร้องเพลงนั้น ท่อนใดก็ได้ ประมาณ 10 วินาที ระบบก็จะค้นหาเพลงนั้นๆ หรือเพลงใกล้เคียงมาให้ด้วย

จากที่ทดลองสามารถหาเพลงทั้งไทย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และฝรั่งได้หมด นอกจากนี้แล้วคุณยังฟังเสียงร้องเพลงของผู้ใช้คนอื่นๆ ที่ร่วมหาเพลงๆเดียวกับคุณได้ด้วย โดยคลิกที่ปุ่ม Play All Recordings

หมายเหตุ:
1. เมื่อใช้ครั้งแรก หลังจากคลิกที่ปุ่ม "Click and Sing or Hum" จะมีหน้าต่างเล็กๆ เปิดขึ้นมา โดยที่คุณจะต้องกด จะต้องกดปุ่ม "Allow" กับ Adobe Flash Player Setting ก่อน

2. ผู้ที่ใช้ไอโฟนสามารถโหลดโปรแกรมของ midomi มาลงที่เครื่องและใช้งานแบบเดียวกับการค้นหาเพลงผ่านเว็บด้วยการฮัม หรือร้องเพลงได้เลย ที่นี่


ค้นหารูป

ก่อนอื่นต้องเรียนก่อนว่า การค้นหารูปนั้นควรจะใช้คำค้นหา (keywords) ที่เป็นภาษาอังกฤษ เพราะจะได้ผลลัพธ์มากกว่าภาษาไทย และเว็บที่เราอยากจะแนะนำสำหรับการค้นหารูป นั้น มี 2 รูปแบบ คือ ภาพถ่ายฝีมือช่างภาพมืออาชีพ และมือสมัครเล่น


www.compfight.com

เว็บไซต์นี้จะค้นหาภาพโดยการดึงเอารูปภาพจากคลังภาพออนไลน์อย่าง ฟลิกเกอร์ (Flickr) ที่เปิดให้ใครก็ได้มาเก็บภาพไว้ที่นี่ (จึงทำให้เว็บไซต์ฟลิกเกอร์เป็นเว็บไซต์แกลอรี่ภาพจากมือสมัครเล่นที่ใหญ่ ที่สุดในโลก)

โดยผลการค้นหาของ compfight จะต่างจากการค้นหาที่เว็บฟลิกเกอร์ต้นฉบับก็คือ การแสดงผลภาพเป็นร้อยๆ ภาพในคราวเดียว ทำให้เลือกภาพได้ไวยิ่งขึ้น และยังสามารถปรับแต่งการค้นหาได้มากมาย เช่น การค้นหาจากชื่อ และรายละเอียดของภาพ หรือการค้นหาจากป้ายกำกับภาพ (Tags),การค้นหาภาพตามรูปแบบลิขสิทธ์ (Creative Commons), การค้นหาเฉพาะภาพที่มีความละเอียดสูง, และการค้นหาเฉพาะภาพที่เหมาะสมกับเยาวชน เป็นต้น

www.spffy.com

เว็บนี้เป็นการค้นหาภาพที่ถ่ายจากมืออาชีพจริงๆ โดยค้นหาครั้งเดียว สามารถดูภาพจากคลังภาพออนไลน์เพื่อการใช้งานทางการค้า ที่มีชื่อเสียงอย่าง Getty Images, Corbis, Fotolia ฯลฯ ได้เลย ซึ่งเมื่อใดที่คุณพบภาพที่ต้องการสามารถสั่งซื้อภาพนั้นๆได้ทันที เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหาภาพประกอบเพื่อใช้งานเชิงพาณิชย์


ค้นหาเอกสาร

www.data-sheet.net

เว็บไซต์นี้มีหน้าตาเรียบๆ ไม่ต่างไปจาก "Google" แต่จะแสดงผลการค้นหาเป็นไฟล์เอกสารนามสกุล PDF เท่านั้น คุณสามารถพิมพ์คำค้นหาทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษได้ เมื่อเจอผลการค้นหาใดที่ต้องการดาวน์โหลด ให้คลิกขวา และเลือก Save Link As ได้ทันที ก็จะได้ไฟล์เอกสารมาเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ทันที

เท่านั้นยังไม่พอเว็บไซต์นี้ยังมีผลการค้นหาในรูปแบบของภาพแถมเพิ่มมาที่ด้านล่างสุด
ของหน้าเพจแต่ละหน้าด้วย

นอกจากนี้แล้วก็ยังมีเว็บไซต์ที่เปิดให้ใครก็ได้เข้าไปอัปโหลดไฟล์ เอกสารของตนเองที่ต้องการเผยแพร่สู่สาธารณะชนได้นำไปใช้ประโยชน์ นั่นคือ Scribd (ที่เราเคยรีวิวไปก่อนหน้านี้)


ค้นหาวิดีโอ
www.truveo.com

เป็นธรรมดาที่ความรู้สึกของคนส่วนใหญ่จะคิดว่า "ยูทูบ (YouTube)" คือ สุดยอดเว็บวิดีโอสำหรับทศวรรษใหม่ในโลกอินเทอร์เน็ต แต่อีกหลายมุมของโลกนี้ก็มีการพัฒนาเว็บไซต์วิดีโอ ที่เปิดให้ใครก็ได้มาอัปโหลดผลงานวิดีโอของตนเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณะชนได้ อาทิ Daily Motion (ของฝรั่งเศส), Tudou (ของจีน) และอื่นๆ อีกมาก

ดังนั้นจะดีแค่ไหนที่เราสามารถพิมพ์คำที่ต้องการหาแค่ครั้งเดียวแต่สามารถค้นหาได้กว
่า 40 เว็บไซต์ที่เก็บวิดีโอเอาไว้!

ต้องขอบคุณ truveo จากบริษัทเอโอแอล (AOL) ที่ตั้งตนเป็นเว็บค้นหาวิดีโอโดยเฉพาะ โดยเว็บไซต์นี้จะดึงผลวิดีโอของกว่า 40 เว็บวิดีโอชื่อดังมาแสดงไว้ที่นี่ นอกจากนี้ยังสามารถค้นหาวิดีโอคลิปของ หนัง กีฬา ซีรีส์ดัง อย่าง ฮีโร่ (Heroes), ลอส (Lost) หรือแม้กระทั่งเรียลริตี้อเมริกันชื่อดังอย่าง อเมริกัน ไอดอล (American Idol) และ เฮล คิทเช่น (Hell's Kitchen) ได้

อย่างไรก็ดี เพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ ในทุกครั้งที่คุณต้องการชมวิดีโอใดๆ ก็จะมีการลิงก์กลับไปยังเว็บต้นตอวิดีโออีกครั้งหนึ่ง

ค้นหาแบบมีรสชาติ
www.viewzi.com

Viewzi คือ เว็บค้นหาที่จะทำให้คุณลืมหน้าตาของ "Google.คอม" ไปแทบจะทันที ด้วยการแสดงผลการค้นหาที่หวือหวาและน่าตื่นเต้น ทั้งภาพ ข้อมูล และวิดีโอ ที่แตกต่างกันไปถึง 16 แบบ ทำให้คุณเพลิดเพลินกับการเซิร์ฟเน็ตอย่างหยุดไม่อยู่ อาทิ การแสดงผลการค้นหาตามลำดับเวลา (Timeline) การค้นหาข่าวที่แสดงผลเหมือนหน้าหนังสือพิมพ์ การดูภาพแบบสไลด์โชว์ การค้นหาเมนูอาหารน่าหม่ำ เป็นต้น


ถึงแม้หลายเว็บไซต์ที่เราแนะนำไปข้างต้นจะอ้างอิงผลการค้นหาจากผม เกิล แต่ผู้ทำเว็บก็มีการตกแต่งผลการค้นหาให้แม่นยำ ตรงจุดมากยิ่งขึ้น โดยวิธีการใช้งานก็ยังง่ายเหมือนเดิม คือเพียงพิมพ์คำค้นหาลงไป

ฉะนั้นในโอกาสต่อไป ขอแค่มีอินเทอร์เน็ตอยู่ตรงหน้า ไม่ว่าอะไรๆ คุณก็จะหาเจอแน่นอน!


ทีมา : หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ